เมื่อเขาให้เลือก... ระหว่าง "วิวาห์" หรือ "เพื่อนซี้"
จาก: อินบอคทางบ้าน (นามสมมติ: น้องขิม... ผู้กำลังจะขาดใจ)

"สวัสดีค่ะพี่แอดมิน หนูติดตามเพจพี่มานานแล้ว ชอบสำนวนการด่า... เอ้ย การเตือนสติของพี่มาก วันนี้หนูมีเรื่องอัดอั้นตันใจจนอกจะแตกตาย อยากจะขอระบายและขอคำปรึกษาแบบตรงไปตรงมาหน่อยค่ะพี่ คือเรื่องมันมีอยู่ว่า หนูคบกับแฟนคนหนึ่งมาได้ประมาณ ๒ ปีแล้วค่ะ ชื่อพี่ 'ท.' (นามสมมติ) เขาเป็นผู้ชายที่ดูภายนอกคือเพอร์เฟกต์แมนมากค่ะพี่ ทั้งหน้าที่การงานดี พูดจาคะขา ดูแลหนูดีประหนึ่งหนูเป็นเจ้าหญิงไข่ในหิน ไปรับไปส่งไม่เคยขาด ข้าวปลาอาหารไม่เคยให้พร่อง ดูเหมือนหนูจะเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในสามโลกใช่ไหมคะ? แต่ความจริงมันคือนรกในใจที่หนูไม่กล้าบอกใครเลยค่ะ

จุดเริ่มต้นของความพังพินาศมันเริ่มจากความ 'หวง' ที่เกินเบอร์ของเขานี่แหละค่ะพี่ ช่วงแรกๆ หนูก็มองว่ามันน่ารักดีที่เขาหึงหวงเรา แต่หลังๆ มันเริ่มลามปามมาถึงเรื่อง 'เพื่อน' ของหนูค่ะ คือหนูมีแก๊งเพื่อนสนิทอยู่กลุ่มหนึ่ง คบกันมาตั้งแต่มัธยม รู้นิสัยใจคอกันหมด กินนอนมาด้วยกัน วีรกรรมแสบๆ คันๆ เพียบ ตามประสาเพื่อนสาวน่ะค่ะพี่ แต่พี่ ท. เขาไม่ชอบเพื่อนหนูเลยค่ะ เขาชอบพูดกรอกหูหนูทุกวันว่า เพื่อนกลุ่มนี้ดูไม่โต ดูไร้สาระ พากันไปในทางที่เสื่อมเสีย (ทั้งๆ ที่พวกเราก็แค่ไปกินชาบู เม้าท์มอย ดูหนังกันปกติ ไม่ได้ไปปล้นธนาคารที่ไหน) เขาพยายามจะกันหนูออกจากเพื่อนทีละนิดๆ เริ่มจากไม่ให้ไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วย อ้างว่าเป็นห่วงสารพัด จนลามมาถึงห้ามไม่ให้ไปกินข้าวเย็นด้วยกัน ถ้าจะไปต้องมีเขาไปด้วยทุกครั้ง ซึ่งพอเขาไป บรรยากาศก็มาคุทันที เพื่อนหนูก็อึดอัด หนูก็เกร็ง หน้าเขาหงิกเป็นปลาทูแม่กลองตลอดเวลาจนเพื่อนๆ เริ่มถอยห่างจากหนูไปทีละคน

จุดแตกหักมันอยู่ที่เมื่อสัปดาห์ก่อนค่ะพี่ เพื่อนสนิทที่สุดของหนูที่ชื่อ 'ไอ้จอย' มันกำลังจะแต่งงาน ซึ่งหนูรับปากมันไว้เป็นปีแล้วว่าจะเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้มัน เราตื่นเต้นกันมาก เตรียมชุด เตรียมงานกันมาดิบดี แต่พอพี่ ท. รู้เรื่อง เขาอาละวาดบ้านแตกเลยค่ะพี่ เขาบอกว่า 'ถ้าคุณเลือกที่จะไปงานแต่งงานเพื่อนคนนี้ ก็ไม่ต้องมาคุยกับผมอีก!' เขาให้เหตุผลบ้าบอคอแตกมากว่า งานแต่งงานมันวุ่นวาย มีผู้ชายเยอะแยะ แล้วเพื่อนหนู (ไอ้จอย) เคยมีประวัติไม่ดีในสายตาเขา (ซึ่งมันเป็นเรื่องเข้าใจผิด) เขาขุดเรื่องเก่ามาด่ากราด ยื่นคำขาดให้หนูเลือกระหว่าง 'ความสบายใจของเขา' หรือ 'งานแต่งของเพื่อน'

พี่เชื่อไหมคะ... ด้วยความที่หนูรักเขามาก และไม่อยากทะเลาะให้เป็นเรื่องใหญ่โต บวกกับความกลัวที่จะเสียเขาไป หนูเลือกที่จะ 'เท' งานแต่งเพื่อนสนิทตัวเองค่ะพี่... หนูโทรไปยกเลิกไอ้จอยตอนตีสอง ร้องไห้ไปบอกมันไปว่าหนูไม่สบายหนักไปไม่ได้ ไอ้จอยมันเงียบไปพักหนึ่งแล้วพูดแค่ว่า 'อืม กูเข้าใจ ขอให้มึงหายไวๆ นะ' น้ำเสียงมันเย็นชาจนหนูหนาวไปถึงขั้วหัวใจ หลังจากวางสาย หนูเห็นในเฟซบุ๊กเพื่อนๆ โพสต์รูปงานปาร์ตี้สละโสด รูปงานแต่งที่สนุกสนาน แต่ไม่มีหนูอยู่ในนั้น ทุกคนดูมีความสุข โดยที่ไม่มีหนู... มันเจ็บจี๊ดเหมือนโดนเข็มพันเล่มทิ่มหัวใจเลยค่ะพี่

ตอนนี้พี่ ท. เขาพอใจแล้วค่ะ ที่หนูอยู่ติดบ้าน เป็นแมวเชื่องๆ ของเขา แต่หนูไม่มีความสุขเลย หนูรู้สึกโดดเดี่ยวมาก เปิดโทรศัพท์มาไม่มีข้อความจากกลุ่มเพื่อนเด้งมาเหมือนเมื่อก่อน ทักไปพวกมันก็อ่านไม่ตอบ หรือตอบแบบถามคำตอบคำ เหมือนหนูได้ตายจากโลกของพวกมันไปแล้ว หนูเริ่มมานั่งทบทวนบทความที่พี่เคยเขียนเรื่องเพื่อนกับแฟน... หนูทำพลาดครั้งใหญ่หลวงไปแล้วใช่ไหมคะพี่? ตอนนี้หนูรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักโทษที่มีผู้คุมขังชื่อว่า 'ความรัก' หนูควรจะทำยังไงต่อไปดีคะ? จะเลิกกับเขาแล้วกลับไปง้อเพื่อน พวกมันจะยังรับหนูไหม? หรือหนูควรจะก้มหน้ายอมรับชะตากรรมเป็นตุ๊กตาหน้ารถของพี่ ท. ต่อไปดี? ช่วยด่า... เอ้ย ช่วยแนะนำหนูทีค่ะพี่ ก่อนที่หนูจะเป็นบ้าตายเพราะความเหงา"

........................

เรียน คุณน้องขิม (ผู้กำลังหลงทางในเขาวงกตแห่งรัก)

อ่านจบแล้วพี่อยากจะอุทานเป็นภาษาโปรตุเกสโบราณว่า... "คุณพระช่วยกล้วยทอด!"
ก่อนอื่น ขอยื่นทิชชู่ให้ซับน้ำตา แล้วฟังพี่นะน้องหนู... หนูไม่ได้กำลังมีความรักหรอกครับ หนูระบุสถานะผิด!
หนูกำลังอยู่ใน "ลัทธิบูชาตัวบุคคล" ที่มีศาสดาเป็น "พี่ ท." ของหนูต่างหาก!

ตรรกะพังพินาศ: ผู้ชายที่รักหนูจริง เขาต้องรักใน "สังคม" ของหนูด้วย ไม่ใช่พยายามตัดหนูออกจากโลกภายนอกเพื่อเก็บไว้ดมคนเดียว การที่เขาบีบให้หนูเลือก... มันคือความเห็นแก่ตัวระดับปรมาจารย์ครับ! เขาไม่ได้หวงหนู แต่เขา "หวงอำนาจ" ในการควบคุมชีวิตหนูต่างหาก

มิตรภาพที่แตกร้าว: การเทเพื่อนในวันสำคัญระดับงานแต่งงาน คือบาปกรรมที่ต้องชดใช้ด้วยความจริงใจอย่างหนักหน่วงครับ เพื่อนหนูเขาไม่ได้โกรธที่หนูไม่ไปหรอก แต่เขาเสียใจที่หนู "เห็นผู้ชายดีกว่ามิตรภาพ 10 ปี"

ทางออก: เลิกถามว่าควรทนต่อไหม เพราะถ้าขืนอยู่ต่อ หนูจะได้เป็นผู้ป่วยจิตเวชแน่นอนครับ! รีบถีบตัวเองออกมาจากกรงทองนั่นซะ!

สิ่งที่ต้องทำด่วน:
เลิกกับผู้คุมวิญญาณคนนี้ แล้วซื้อกระเช้าแบรนด์รังนก (หรือเครื่องดื่มที่พวกมันชอบ) บุกไปหาเพื่อนหนู กราบขอขมาแบบเบญจางคประดิษฐ์ สารภาพความจริงไปเลยว่า "กูมันโง่เองที่หลงผู้ชายจนหน้ามืด"
เชื่อพี่เถอะ... เพื่อน (ที่แท้จริง) มันด่ามึงแน่นอน แต่มันจะด่าไปกอดไป แล้วเช็ดน้ำตาให้มึงครับ!

"ผู้ชายหาใหม่ได้ง่ายเหมือนซื้อแกงถุงหน้าปากซอย แต่เพื่อนดีๆ ที่คบกันมาเป็นสิบปี มันหาซื้อไม่ได้นะครับคุณน้อง!"

ด้วยรักและอยากให้ตาสว่าง
เมื่อเขาให้เลือก... ระหว่าง "วิวาห์" หรือ "เพื่อนซี้" จาก: อินบอคทางบ้าน (นามสมมติ: น้องขิม... ผู้กำลังจะขาดใจ) "สวัสดีค่ะพี่แอดมิน หนูติดตามเพจพี่มานานแล้ว ชอบสำนวนการด่า... เอ้ย การเตือนสติของพี่มาก วันนี้หนูมีเรื่องอัดอั้นตันใจจนอกจะแตกตาย อยากจะขอระบายและขอคำปรึกษาแบบตรงไปตรงมาหน่อยค่ะพี่ คือเรื่องมันมีอยู่ว่า หนูคบกับแฟนคนหนึ่งมาได้ประมาณ ๒ ปีแล้วค่ะ ชื่อพี่ 'ท.' (นามสมมติ) เขาเป็นผู้ชายที่ดูภายนอกคือเพอร์เฟกต์แมนมากค่ะพี่ ทั้งหน้าที่การงานดี พูดจาคะขา ดูแลหนูดีประหนึ่งหนูเป็นเจ้าหญิงไข่ในหิน ไปรับไปส่งไม่เคยขาด ข้าวปลาอาหารไม่เคยให้พร่อง ดูเหมือนหนูจะเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในสามโลกใช่ไหมคะ? แต่ความจริงมันคือนรกในใจที่หนูไม่กล้าบอกใครเลยค่ะ จุดเริ่มต้นของความพังพินาศมันเริ่มจากความ 'หวง' ที่เกินเบอร์ของเขานี่แหละค่ะพี่ ช่วงแรกๆ หนูก็มองว่ามันน่ารักดีที่เขาหึงหวงเรา แต่หลังๆ มันเริ่มลามปามมาถึงเรื่อง 'เพื่อน' ของหนูค่ะ คือหนูมีแก๊งเพื่อนสนิทอยู่กลุ่มหนึ่ง คบกันมาตั้งแต่มัธยม รู้นิสัยใจคอกันหมด กินนอนมาด้วยกัน วีรกรรมแสบๆ คันๆ เพียบ ตามประสาเพื่อนสาวน่ะค่ะพี่ แต่พี่ ท. เขาไม่ชอบเพื่อนหนูเลยค่ะ เขาชอบพูดกรอกหูหนูทุกวันว่า เพื่อนกลุ่มนี้ดูไม่โต ดูไร้สาระ พากันไปในทางที่เสื่อมเสีย (ทั้งๆ ที่พวกเราก็แค่ไปกินชาบู เม้าท์มอย ดูหนังกันปกติ ไม่ได้ไปปล้นธนาคารที่ไหน) เขาพยายามจะกันหนูออกจากเพื่อนทีละนิดๆ เริ่มจากไม่ให้ไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วย อ้างว่าเป็นห่วงสารพัด จนลามมาถึงห้ามไม่ให้ไปกินข้าวเย็นด้วยกัน ถ้าจะไปต้องมีเขาไปด้วยทุกครั้ง ซึ่งพอเขาไป บรรยากาศก็มาคุทันที เพื่อนหนูก็อึดอัด หนูก็เกร็ง หน้าเขาหงิกเป็นปลาทูแม่กลองตลอดเวลาจนเพื่อนๆ เริ่มถอยห่างจากหนูไปทีละคน จุดแตกหักมันอยู่ที่เมื่อสัปดาห์ก่อนค่ะพี่ เพื่อนสนิทที่สุดของหนูที่ชื่อ 'ไอ้จอย' มันกำลังจะแต่งงาน ซึ่งหนูรับปากมันไว้เป็นปีแล้วว่าจะเป็นเพื่อนเจ้าสาวให้มัน เราตื่นเต้นกันมาก เตรียมชุด เตรียมงานกันมาดิบดี แต่พอพี่ ท. รู้เรื่อง เขาอาละวาดบ้านแตกเลยค่ะพี่ เขาบอกว่า 'ถ้าคุณเลือกที่จะไปงานแต่งงานเพื่อนคนนี้ ก็ไม่ต้องมาคุยกับผมอีก!' เขาให้เหตุผลบ้าบอคอแตกมากว่า งานแต่งงานมันวุ่นวาย มีผู้ชายเยอะแยะ แล้วเพื่อนหนู (ไอ้จอย) เคยมีประวัติไม่ดีในสายตาเขา (ซึ่งมันเป็นเรื่องเข้าใจผิด) เขาขุดเรื่องเก่ามาด่ากราด ยื่นคำขาดให้หนูเลือกระหว่าง 'ความสบายใจของเขา' หรือ 'งานแต่งของเพื่อน' พี่เชื่อไหมคะ... ด้วยความที่หนูรักเขามาก และไม่อยากทะเลาะให้เป็นเรื่องใหญ่โต บวกกับความกลัวที่จะเสียเขาไป หนูเลือกที่จะ 'เท' งานแต่งเพื่อนสนิทตัวเองค่ะพี่... หนูโทรไปยกเลิกไอ้จอยตอนตีสอง ร้องไห้ไปบอกมันไปว่าหนูไม่สบายหนักไปไม่ได้ ไอ้จอยมันเงียบไปพักหนึ่งแล้วพูดแค่ว่า 'อืม กูเข้าใจ ขอให้มึงหายไวๆ นะ' น้ำเสียงมันเย็นชาจนหนูหนาวไปถึงขั้วหัวใจ หลังจากวางสาย หนูเห็นในเฟซบุ๊กเพื่อนๆ โพสต์รูปงานปาร์ตี้สละโสด รูปงานแต่งที่สนุกสนาน แต่ไม่มีหนูอยู่ในนั้น ทุกคนดูมีความสุข โดยที่ไม่มีหนู... มันเจ็บจี๊ดเหมือนโดนเข็มพันเล่มทิ่มหัวใจเลยค่ะพี่ ตอนนี้พี่ ท. เขาพอใจแล้วค่ะ ที่หนูอยู่ติดบ้าน เป็นแมวเชื่องๆ ของเขา แต่หนูไม่มีความสุขเลย หนูรู้สึกโดดเดี่ยวมาก เปิดโทรศัพท์มาไม่มีข้อความจากกลุ่มเพื่อนเด้งมาเหมือนเมื่อก่อน ทักไปพวกมันก็อ่านไม่ตอบ หรือตอบแบบถามคำตอบคำ เหมือนหนูได้ตายจากโลกของพวกมันไปแล้ว หนูเริ่มมานั่งทบทวนบทความที่พี่เคยเขียนเรื่องเพื่อนกับแฟน... หนูทำพลาดครั้งใหญ่หลวงไปแล้วใช่ไหมคะพี่? ตอนนี้หนูรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักโทษที่มีผู้คุมขังชื่อว่า 'ความรัก' หนูควรจะทำยังไงต่อไปดีคะ? จะเลิกกับเขาแล้วกลับไปง้อเพื่อน พวกมันจะยังรับหนูไหม? หรือหนูควรจะก้มหน้ายอมรับชะตากรรมเป็นตุ๊กตาหน้ารถของพี่ ท. ต่อไปดี? ช่วยด่า... เอ้ย ช่วยแนะนำหนูทีค่ะพี่ ก่อนที่หนูจะเป็นบ้าตายเพราะความเหงา" ........................ เรียน คุณน้องขิม (ผู้กำลังหลงทางในเขาวงกตแห่งรัก) อ่านจบแล้วพี่อยากจะอุทานเป็นภาษาโปรตุเกสโบราณว่า... "คุณพระช่วยกล้วยทอด!" ก่อนอื่น ขอยื่นทิชชู่ให้ซับน้ำตา แล้วฟังพี่นะน้องหนู... หนูไม่ได้กำลังมีความรักหรอกครับ หนูระบุสถานะผิด! หนูกำลังอยู่ใน "ลัทธิบูชาตัวบุคคล" ที่มีศาสดาเป็น "พี่ ท." ของหนูต่างหาก! ตรรกะพังพินาศ: ผู้ชายที่รักหนูจริง เขาต้องรักใน "สังคม" ของหนูด้วย ไม่ใช่พยายามตัดหนูออกจากโลกภายนอกเพื่อเก็บไว้ดมคนเดียว การที่เขาบีบให้หนูเลือก... มันคือความเห็นแก่ตัวระดับปรมาจารย์ครับ! เขาไม่ได้หวงหนู แต่เขา "หวงอำนาจ" ในการควบคุมชีวิตหนูต่างหาก มิตรภาพที่แตกร้าว: การเทเพื่อนในวันสำคัญระดับงานแต่งงาน คือบาปกรรมที่ต้องชดใช้ด้วยความจริงใจอย่างหนักหน่วงครับ เพื่อนหนูเขาไม่ได้โกรธที่หนูไม่ไปหรอก แต่เขาเสียใจที่หนู "เห็นผู้ชายดีกว่ามิตรภาพ 10 ปี" ทางออก: เลิกถามว่าควรทนต่อไหม เพราะถ้าขืนอยู่ต่อ หนูจะได้เป็นผู้ป่วยจิตเวชแน่นอนครับ! รีบถีบตัวเองออกมาจากกรงทองนั่นซะ! สิ่งที่ต้องทำด่วน: เลิกกับผู้คุมวิญญาณคนนี้ แล้วซื้อกระเช้าแบรนด์รังนก (หรือเครื่องดื่มที่พวกมันชอบ) บุกไปหาเพื่อนหนู กราบขอขมาแบบเบญจางคประดิษฐ์ สารภาพความจริงไปเลยว่า "กูมันโง่เองที่หลงผู้ชายจนหน้ามืด" เชื่อพี่เถอะ... เพื่อน (ที่แท้จริง) มันด่ามึงแน่นอน แต่มันจะด่าไปกอดไป แล้วเช็ดน้ำตาให้มึงครับ! "ผู้ชายหาใหม่ได้ง่ายเหมือนซื้อแกงถุงหน้าปากซอย แต่เพื่อนดีๆ ที่คบกันมาเป็นสิบปี มันหาซื้อไม่ได้นะครับคุณน้อง!" ด้วยรักและอยากให้ตาสว่าง
Like
1
0 Reacties 0 aandelen 50 Views