"พี่แอดมินคะ หนูมีเรื่องจะเล่า คือหนูอึดอัดจนอกจะแตกตายอยู่แล้วค่ะ แฟนหนูนะพี่ แรกๆ คบกันเขาก็ดูเป็นผู้ใหญ่ดีหรอก ใส่ใจดูแลดีมาก แต่พอนานวันเข้า หนูเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเข้าคุกมากกว่ามีแฟนค่ะพี่ คือเขาเป็นคนที่เป๊ะเรื่องเงินเวอร์วังอลังการมาก ไม่ใช่แค่ประหยัดนะคะพี่ แต่มันคือการจับผิด! อย่างวันก่อนหนูแวะเซเว่นซื้อน้ำปลาเข้าห้องกับขนมนิดหน่อย เขาก็ขอดูใบเสร็จ แล้วถามซักไซ้ไล่เลียงว่าทำไมซื้อยี่ห้อนี้ ทำไมไม่รอป้ายเหลือง เงินทอนหายไปไหนบาทนึง คือหนูทำงานหาเงินเองนะพี่ ไม่ได้ขอเขาใช้สักบาท แต่ต้องมารายงานตัวเลขทุกสตางค์เหมือนหนูเป็นพนักงานบัญชีที่กำลังจะโดนสอบสวนน่ะค่ะ
แล้วเรื่องความระแวงนี่ที่หนึ่งเลยค่ะพี่ วันไหนหนูไปทำงานหรือไปหาเพื่อน เขาจะโทรเช็กอินทุกครึ่งชั่วโมง วิดีโอคอลมาขอดูสภาพแวดล้อมว่าอยู่กับใคร ถ้าหนูรับช้าหรือตอบไลน์ช้าไปนิดเดียว บ้านแตกทันทีค่ะ หาว่าหนูแอบมีกิ๊กบ้างล่ะ ไม่รักเขาบ้างล่ะ พอหนูเริ่มโมโหจะอธิบาย เขาก็เล่นบทใบ้กินใส่หนูเฉยเลยพี่ เงียบกริบ ไม่หือไม่อือ ทำเหมือนหนูเป็นธาตุอากาศ ยิ่งหนูร้อนรน เขายิ่งทำเมิน มันเจ็บปวดมากนะพี่ที่ต้องอยู่กับความเงียบแบบนี้ แล้วพอดราม่าหนักเข้า แทนที่จะคุยกันให้จบ เขาดันโทรไปฟ้องแม่เขาเฉยเลยพี่! ให้แม่เขาโทรมาสั่งสอนหนูว่าต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือน ต้องเชื่อฟังผัว คือหนูงงมาก โตจนป่านนี้แล้วทะเลาะกันยังต้องลากผู้ใหญ่มาเอี่ยวอีกเหรอ?
ตอนนี้หนูรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหุ่นยนต์เลยค่ะพี่ จะทำอะไร จะซื้ออะไร จะไปไหน ต้องรอคำสั่งอนุมัติจากเขาก่อนตลอด ความเป็นตัวของตัวเองหนูหายไปหมดแล้ว หนูเหนื่อยมากค่ะพี่ หนูรักเขานะ แต่หนูไม่รู้ว่าจะทนสภาพประสาทแดกแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน พี่ว่าหนูควรจะทำยังไงต่อไปดีคะ?"
คำตอบ
เรียน น้องสาวผู้กำลังตกอยู่ใน "กรงขังแห่งรัก" ที่เคารพ,
อ่านจบแล้ว พี่ขอบอกเลยว่า... "หนีไปปปปปป!" (ลากเสียงยาวไปถึงดาวอังคาร)
น้องหนูครับ ฟังพี่นะ อาการที่น้องเล่ามาทั้งหมดเนี่ย มันไม่ใช่ "ความรัก" แล้วครับ แต่มันคือ "การจองจำ" ชัดๆ! แฟนของน้องเนี่ย เขาไม่ได้กำลังสวมบทบาท "คู่ชีวิต" ที่แสนดี แต่เขากำลังสวมวิญญาณ "ผู้คุมเรือนจำความมั่นคงสูง" ผสมกับ "สรรพากรขาโหด" อยู่ต่างหาก!
ลองตั้งสติดูดีๆ นะครับ:
เรื่องเงิน: คนรักกันเขาช่วยกันดูแลงบประมาณครับ ไม่ใช่มานั่งจับผิดค่าน้ำปลาบาทสองบาท นี่มันแสดงถึงความ "ตระหนี่" และ "ไม่ให้เกียรติ" กันอย่างรุนแรง
เรื่องเช็กอิน: การโทรจิกทุกครึ่งชั่วโมง มันไม่ใช่ความห่วงใยครับ มันคือความ "โรคจิต" และความ "ไม่ไว้วางใจ" ขั้นวิกฤต
เรื่องฟ้องแม่: อันนี้พีคสุด! ผู้ชายที่ทะเลาะกับแฟนแล้ววิ่งไปฟ้องแม่ คือ "ลูกแหง่" ที่ยังไม่หย่านมครับ เขาไม่มีวุฒิภาวะพอที่จะเป็นผู้นำครอบครัวใครได้หรอก
คำแนะนำจากใจพี่:
น้องถามว่าควรทำยังไง? พี่ตอบแบบฟันธงเลยว่า "เลิกเถอะครับ" ถ้าไม่อยากประสาทกินตายไปซะก่อน
ความสัมพันธ์แบบนี้เรียกว่า Toxic Relationship ขนานแท้และดั้งเดิม อยู่ไปก็มีแต่จะกัดกินความมั่นใจและความสุขของน้องจนไม่เหลือซาก น้องมีค่ามากกว่าที่จะมานั่งเป็นจำเลยให้ใครไต่สวนทุกวันครับ
แต่ถ้าใจยังไม่แข็งพอจะเลิกทันที พี่แนะนำให้ลองทำ "การปฏิวัติเงียบ" ดูสักตั้ง:
เลิกรายงานตัว! บอกไปเลยว่า "ทำงานอยู่ ไม่ว่าง"
เลิกให้ดูใบเสร็จ! บอกว่า "เงินฉัน ฉันบริหารเอง"
ถ้าเขาเงียบใส่ เราก็ไปช้อปปิ้งสวยๆ อย่าไปง้อ!
ทำให้เขารู้ว่า "ฉันคือนางพญา ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ย" ถ้าเขารับไม่ได้ เดี๋ยวเขาก็จะดิ้นพล่านแล้วเผยธาตุแท้ออกมาเอง ถึงตอนนั้นน้องจะเดินออกมาได้แบบสวยๆ เชิดๆ โดยไม่ต้องรู้สึกผิดเลยครับ
จำไว้ครับน้องสาว... "มีแฟนแล้วมันทุกข์ สู้อยู่โสดแล้วสุข จิบชานมไข่มุกดูซีรีส์ดีกว่าเยอะ!"
เป็นกำลังใจให้หลุดพ้นจากคุกโมเดลนี้ไวๆ นะครับ!
แล้วเรื่องความระแวงนี่ที่หนึ่งเลยค่ะพี่ วันไหนหนูไปทำงานหรือไปหาเพื่อน เขาจะโทรเช็กอินทุกครึ่งชั่วโมง วิดีโอคอลมาขอดูสภาพแวดล้อมว่าอยู่กับใคร ถ้าหนูรับช้าหรือตอบไลน์ช้าไปนิดเดียว บ้านแตกทันทีค่ะ หาว่าหนูแอบมีกิ๊กบ้างล่ะ ไม่รักเขาบ้างล่ะ พอหนูเริ่มโมโหจะอธิบาย เขาก็เล่นบทใบ้กินใส่หนูเฉยเลยพี่ เงียบกริบ ไม่หือไม่อือ ทำเหมือนหนูเป็นธาตุอากาศ ยิ่งหนูร้อนรน เขายิ่งทำเมิน มันเจ็บปวดมากนะพี่ที่ต้องอยู่กับความเงียบแบบนี้ แล้วพอดราม่าหนักเข้า แทนที่จะคุยกันให้จบ เขาดันโทรไปฟ้องแม่เขาเฉยเลยพี่! ให้แม่เขาโทรมาสั่งสอนหนูว่าต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือน ต้องเชื่อฟังผัว คือหนูงงมาก โตจนป่านนี้แล้วทะเลาะกันยังต้องลากผู้ใหญ่มาเอี่ยวอีกเหรอ?
ตอนนี้หนูรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหุ่นยนต์เลยค่ะพี่ จะทำอะไร จะซื้ออะไร จะไปไหน ต้องรอคำสั่งอนุมัติจากเขาก่อนตลอด ความเป็นตัวของตัวเองหนูหายไปหมดแล้ว หนูเหนื่อยมากค่ะพี่ หนูรักเขานะ แต่หนูไม่รู้ว่าจะทนสภาพประสาทแดกแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน พี่ว่าหนูควรจะทำยังไงต่อไปดีคะ?"
คำตอบ
เรียน น้องสาวผู้กำลังตกอยู่ใน "กรงขังแห่งรัก" ที่เคารพ,
อ่านจบแล้ว พี่ขอบอกเลยว่า... "หนีไปปปปปป!" (ลากเสียงยาวไปถึงดาวอังคาร)
น้องหนูครับ ฟังพี่นะ อาการที่น้องเล่ามาทั้งหมดเนี่ย มันไม่ใช่ "ความรัก" แล้วครับ แต่มันคือ "การจองจำ" ชัดๆ! แฟนของน้องเนี่ย เขาไม่ได้กำลังสวมบทบาท "คู่ชีวิต" ที่แสนดี แต่เขากำลังสวมวิญญาณ "ผู้คุมเรือนจำความมั่นคงสูง" ผสมกับ "สรรพากรขาโหด" อยู่ต่างหาก!
ลองตั้งสติดูดีๆ นะครับ:
เรื่องเงิน: คนรักกันเขาช่วยกันดูแลงบประมาณครับ ไม่ใช่มานั่งจับผิดค่าน้ำปลาบาทสองบาท นี่มันแสดงถึงความ "ตระหนี่" และ "ไม่ให้เกียรติ" กันอย่างรุนแรง
เรื่องเช็กอิน: การโทรจิกทุกครึ่งชั่วโมง มันไม่ใช่ความห่วงใยครับ มันคือความ "โรคจิต" และความ "ไม่ไว้วางใจ" ขั้นวิกฤต
เรื่องฟ้องแม่: อันนี้พีคสุด! ผู้ชายที่ทะเลาะกับแฟนแล้ววิ่งไปฟ้องแม่ คือ "ลูกแหง่" ที่ยังไม่หย่านมครับ เขาไม่มีวุฒิภาวะพอที่จะเป็นผู้นำครอบครัวใครได้หรอก
คำแนะนำจากใจพี่:
น้องถามว่าควรทำยังไง? พี่ตอบแบบฟันธงเลยว่า "เลิกเถอะครับ" ถ้าไม่อยากประสาทกินตายไปซะก่อน
ความสัมพันธ์แบบนี้เรียกว่า Toxic Relationship ขนานแท้และดั้งเดิม อยู่ไปก็มีแต่จะกัดกินความมั่นใจและความสุขของน้องจนไม่เหลือซาก น้องมีค่ามากกว่าที่จะมานั่งเป็นจำเลยให้ใครไต่สวนทุกวันครับ
แต่ถ้าใจยังไม่แข็งพอจะเลิกทันที พี่แนะนำให้ลองทำ "การปฏิวัติเงียบ" ดูสักตั้ง:
เลิกรายงานตัว! บอกไปเลยว่า "ทำงานอยู่ ไม่ว่าง"
เลิกให้ดูใบเสร็จ! บอกว่า "เงินฉัน ฉันบริหารเอง"
ถ้าเขาเงียบใส่ เราก็ไปช้อปปิ้งสวยๆ อย่าไปง้อ!
ทำให้เขารู้ว่า "ฉันคือนางพญา ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ย" ถ้าเขารับไม่ได้ เดี๋ยวเขาก็จะดิ้นพล่านแล้วเผยธาตุแท้ออกมาเอง ถึงตอนนั้นน้องจะเดินออกมาได้แบบสวยๆ เชิดๆ โดยไม่ต้องรู้สึกผิดเลยครับ
จำไว้ครับน้องสาว... "มีแฟนแล้วมันทุกข์ สู้อยู่โสดแล้วสุข จิบชานมไข่มุกดูซีรีส์ดีกว่าเยอะ!"
เป็นกำลังใจให้หลุดพ้นจากคุกโมเดลนี้ไวๆ นะครับ!
"พี่แอดมินคะ หนูมีเรื่องจะเล่า คือหนูอึดอัดจนอกจะแตกตายอยู่แล้วค่ะ แฟนหนูนะพี่ แรกๆ คบกันเขาก็ดูเป็นผู้ใหญ่ดีหรอก ใส่ใจดูแลดีมาก แต่พอนานวันเข้า หนูเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเข้าคุกมากกว่ามีแฟนค่ะพี่ คือเขาเป็นคนที่เป๊ะเรื่องเงินเวอร์วังอลังการมาก ไม่ใช่แค่ประหยัดนะคะพี่ แต่มันคือการจับผิด! อย่างวันก่อนหนูแวะเซเว่นซื้อน้ำปลาเข้าห้องกับขนมนิดหน่อย เขาก็ขอดูใบเสร็จ แล้วถามซักไซ้ไล่เลียงว่าทำไมซื้อยี่ห้อนี้ ทำไมไม่รอป้ายเหลือง เงินทอนหายไปไหนบาทนึง คือหนูทำงานหาเงินเองนะพี่ ไม่ได้ขอเขาใช้สักบาท แต่ต้องมารายงานตัวเลขทุกสตางค์เหมือนหนูเป็นพนักงานบัญชีที่กำลังจะโดนสอบสวนน่ะค่ะ
แล้วเรื่องความระแวงนี่ที่หนึ่งเลยค่ะพี่ วันไหนหนูไปทำงานหรือไปหาเพื่อน เขาจะโทรเช็กอินทุกครึ่งชั่วโมง วิดีโอคอลมาขอดูสภาพแวดล้อมว่าอยู่กับใคร ถ้าหนูรับช้าหรือตอบไลน์ช้าไปนิดเดียว บ้านแตกทันทีค่ะ หาว่าหนูแอบมีกิ๊กบ้างล่ะ ไม่รักเขาบ้างล่ะ พอหนูเริ่มโมโหจะอธิบาย เขาก็เล่นบทใบ้กินใส่หนูเฉยเลยพี่ เงียบกริบ ไม่หือไม่อือ ทำเหมือนหนูเป็นธาตุอากาศ ยิ่งหนูร้อนรน เขายิ่งทำเมิน มันเจ็บปวดมากนะพี่ที่ต้องอยู่กับความเงียบแบบนี้ แล้วพอดราม่าหนักเข้า แทนที่จะคุยกันให้จบ เขาดันโทรไปฟ้องแม่เขาเฉยเลยพี่! ให้แม่เขาโทรมาสั่งสอนหนูว่าต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือน ต้องเชื่อฟังผัว คือหนูงงมาก โตจนป่านนี้แล้วทะเลาะกันยังต้องลากผู้ใหญ่มาเอี่ยวอีกเหรอ?
ตอนนี้หนูรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหุ่นยนต์เลยค่ะพี่ จะทำอะไร จะซื้ออะไร จะไปไหน ต้องรอคำสั่งอนุมัติจากเขาก่อนตลอด ความเป็นตัวของตัวเองหนูหายไปหมดแล้ว หนูเหนื่อยมากค่ะพี่ หนูรักเขานะ แต่หนูไม่รู้ว่าจะทนสภาพประสาทแดกแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน พี่ว่าหนูควรจะทำยังไงต่อไปดีคะ?"
คำตอบ
เรียน น้องสาวผู้กำลังตกอยู่ใน "กรงขังแห่งรัก" ที่เคารพ,
อ่านจบแล้ว พี่ขอบอกเลยว่า... "หนีไปปปปปป!" (ลากเสียงยาวไปถึงดาวอังคาร)
น้องหนูครับ ฟังพี่นะ อาการที่น้องเล่ามาทั้งหมดเนี่ย มันไม่ใช่ "ความรัก" แล้วครับ แต่มันคือ "การจองจำ" ชัดๆ! แฟนของน้องเนี่ย เขาไม่ได้กำลังสวมบทบาท "คู่ชีวิต" ที่แสนดี แต่เขากำลังสวมวิญญาณ "ผู้คุมเรือนจำความมั่นคงสูง" ผสมกับ "สรรพากรขาโหด" อยู่ต่างหาก!
ลองตั้งสติดูดีๆ นะครับ:
เรื่องเงิน: คนรักกันเขาช่วยกันดูแลงบประมาณครับ ไม่ใช่มานั่งจับผิดค่าน้ำปลาบาทสองบาท นี่มันแสดงถึงความ "ตระหนี่" และ "ไม่ให้เกียรติ" กันอย่างรุนแรง
เรื่องเช็กอิน: การโทรจิกทุกครึ่งชั่วโมง มันไม่ใช่ความห่วงใยครับ มันคือความ "โรคจิต" และความ "ไม่ไว้วางใจ" ขั้นวิกฤต
เรื่องฟ้องแม่: อันนี้พีคสุด! ผู้ชายที่ทะเลาะกับแฟนแล้ววิ่งไปฟ้องแม่ คือ "ลูกแหง่" ที่ยังไม่หย่านมครับ เขาไม่มีวุฒิภาวะพอที่จะเป็นผู้นำครอบครัวใครได้หรอก
คำแนะนำจากใจพี่:
น้องถามว่าควรทำยังไง? พี่ตอบแบบฟันธงเลยว่า "เลิกเถอะครับ" ถ้าไม่อยากประสาทกินตายไปซะก่อน
ความสัมพันธ์แบบนี้เรียกว่า Toxic Relationship ขนานแท้และดั้งเดิม อยู่ไปก็มีแต่จะกัดกินความมั่นใจและความสุขของน้องจนไม่เหลือซาก น้องมีค่ามากกว่าที่จะมานั่งเป็นจำเลยให้ใครไต่สวนทุกวันครับ
แต่ถ้าใจยังไม่แข็งพอจะเลิกทันที พี่แนะนำให้ลองทำ "การปฏิวัติเงียบ" ดูสักตั้ง:
เลิกรายงานตัว! บอกไปเลยว่า "ทำงานอยู่ ไม่ว่าง"
เลิกให้ดูใบเสร็จ! บอกว่า "เงินฉัน ฉันบริหารเอง"
ถ้าเขาเงียบใส่ เราก็ไปช้อปปิ้งสวยๆ อย่าไปง้อ!
ทำให้เขารู้ว่า "ฉันคือนางพญา ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ย" ถ้าเขารับไม่ได้ เดี๋ยวเขาก็จะดิ้นพล่านแล้วเผยธาตุแท้ออกมาเอง ถึงตอนนั้นน้องจะเดินออกมาได้แบบสวยๆ เชิดๆ โดยไม่ต้องรู้สึกผิดเลยครับ
จำไว้ครับน้องสาว... "มีแฟนแล้วมันทุกข์ สู้อยู่โสดแล้วสุข จิบชานมไข่มุกดูซีรีส์ดีกว่าเยอะ!"
เป็นกำลังใจให้หลุดพ้นจากคุกโมเดลนี้ไวๆ นะครับ!
0 Comments
0 Shares
155 Views