ระบายความรัก
เรื่องความสัมพันธ์ที่มัน... เชิญโยนลงถังนี้ได้เลย ไม่ต้องเก็บไว้ให้รกใจ
  • Public Group
  • 3 Articoli
  • 0 Foto
  • Anteprima
  • thaifriendship
Cerca
Aggiornamenti recenti
  • จดหมายจากทางบ้าน: "เมื่อฉันเป็นได้แค่ร่างทรง ของคนรักเก่าที่เขาลืมไม่ลง"

    หนูมีเรื่องอัดอั้นตันใจจนอกจะระเบิด อยากจะระบายให้พี่ฟังและขอคำปรึกษาค่ะ คือเรื่องมันมีอยู่ว่า หนูคบกับแฟนคนปัจจุบันมาได้เกือบปีแล้วค่ะ ช่วงแรกๆ อะไรมันก็ดูดีไปหมดเหมือนทุ่งลาเวนเดอร์ยามเช้า เขาดูเอาใจใส่ ดูรักหนูมากจนหนูตายใจ คิดว่าคนนี้แหละคือ "ตัวจริง" ที่ฟ้าประทานมาให้ แต่พอคบกันไปสักพัก หนูก็เริ่มรู้สึกทะแม่งๆ เหมือนมีวิญญาณที่สามคอยตามหลอกหลอนเราสองคนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งวิญญาณที่ว่านั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกค่ะ ก็คือ "แฟนเก่า" ของเขานั่นเอง

    พี่แอดมินคะ มันเจ็บจนจุกเลยค่ะ เวลาที่เรานั่งกินข้าวด้วยกัน แล้วอยู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมาว่า "เมนูนี้ร้านนี้ทำไม่อร่อยเลยนะ เมื่อก่อนที่พี่มากินกับน้อง... (ชื่อแฟนเก่า) ร้านนั้นเขาทำอร่อยกว่านี้เยอะ" คือหนูฟังแล้วหนูหน้าชาเลยค่ะ ข้าวที่เคี้ยวอยู่แทบจะพุ่งออกมา นี่หนูมาเดตกับเขานะคะ ไม่ใช่มานั่งฟังสารคดีรำลึกความหลัง! หนักกว่านั้นคือในรถของเขา พี่เชื่อไหมคะว่าเขายังเก็บตุ๊กตาหน้ารถตัวเน่าๆ ที่แฟนเก่าเคยซื้อให้ไว้อยู่เลย พอหนูถามว่าทิ้งไหมหรือเก็บลงกล่องไหม เขาก็ทำหน้าหงุดหงิดใส่ แล้วบอกว่า "โธ่... มันก็แค่ของ จะคิดมากไปทำไม ก็วางไว้อย่างนั้นแหละ" แต่สายตาที่เขามองตุ๊กตาตัวนั้น มันอ่อนโยนยิ่งกว่าตอนมองหน้าหนูอีกค่ะ

    ยิ่งไปกว่านั้นนะคะพี่ พักหลังมานี้เขาเริ่มจะเปลี่ยนหนูให้กลายเป็นคนอื่น เขาชอบซื้อเสื้อผ้าสไตล์ที่หนูไม่เคยใส่มาให้ แล้วบอกว่า "ลองใส่แบบนี้สิ น่ารักดีนะ ดูเรียบร้อยเหมือน..." คือเขาไม่ได้เอ่ยชื่อออกมาตรงๆ หรอกค่ะ แต่หนูรู้ดีว่าสไตล์นี้มันคือสไตล์ของแฟนเก่าเขาชัดๆ หนูรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตุ๊กตาที่เขาพยายามจะปั้นแต่งให้เหมือนคนในอดีตที่เขาโหยหา ทุกครั้งที่หนูพยายามชวนคุยเรื่องอนาคต เรื่องแต่งงาน หรือเรื่องสร้างครอบครัว เขาก็จะเปลี่ยนเรื่องทันที ทำเป็นเฉไฉไปเรื่องงานบ้าง เรื่องเศรษฐกิจบ้าง เหมือนคนกลัวความจริง อาการเขาออกชัดมากจนหนูเริ่มท้อใจแล้วค่ะ

    ล่าสุดที่ทำเอาหนูน้ำตาตกใน คือวันครบรอบของเราที่ผ่านมา หนูอุตส่าห์จองร้านอาหารหรู เตรียมเซอร์ไพรส์ให้เขา แต่เขากลับนั่งจ้องโทรศัพท์ทั้งคืน พอหนูแอบชำเลืองมอง ก็เห็นว่าเขากำลังส่องเฟซบุ๊กแฟนเก่า ดูรูปเก่าๆ ของผู้หญิงคนนั้น แล้วทำหน้าเศร้าเหมือนคนโลกแตก คือวินาทีนั้นหนูรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ตัวตน เป็นอากาศธาตุที่เขามองผ่านไปเฉยๆ ทั้งที่ตัวเขานั่งอยู่ข้างหนูแท้ๆ แต่ใจเขาเหมือนลอยข้ามทวีปไปหาคนอื่น หนูเจ็บจนไม่รู้จะบรรยายยังไงแล้วค่ะพี่ หนูรักเขามากนะคะ ทุ่มเทให้เขาทุกอย่าง แต่เหมือนยิ่งทำดีเท่าไหร่ หนูก็ยิ่งแพ้คนในใจเขาอยู่ดี หนูควรจะทำยังไงดีคะพี่แอดมิน หนูควรจะทนอยู่เพื่อรอวันที่เขาลืมคนเก่าได้ หรือหนูควรจะถอยออกมาดีคะ ช่วยเตือนสติหนูทีค่ะ ตอนนี้หนูมืดแปดด้านไปหมดแล้ว

    ---

    "ตื่นค่ะลูกสาว! นี่สนามรัก ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์รำลึกอดีต"

    **โอ้โห... อ่านจบแล้วผมอยากจะขอยาดมสักโหลมาอัดจมูก!**

    ก่อนอื่นขอดึงสติคุณน้องหนูเจ้าของจดหมาย และท่านผู้ชมทางบ้านทุกท่านก่อนเลยนะครับ หายใจเข้าลึกๆ แล้วฟังผมให้ดี... เรื่องที่คุณน้องเล่ามาเนี่ย มันไม่ใช่ "นิยายรักโรแมนติก" แต่มันคือ **"หนังสยองขวัญ"** ชัดๆ!

    จากอาการที่เล่ามา ทั้งเรื่องปากสว่างพูดถึงแต่คนเก่า เก็บของดูต่างหน้าเยี่ยงวัตถุโบราณล้ำค่า และพยายามจะจับคุณยัดลงในแม่พิมพ์ของแฟนเก่าเนี่ย... บอกได้คำเดียวสั้นๆ เลยครับว่า เขาไม่ได้มองคุณเป็น "แฟนใหม่" หรอกครับ แต่เขามองคุณเป็น **"ยาลดไข้"** กินแก้ปวดหัว แก้เหงา ระหว่างที่ใจเขายังอักเสบจากรักครั้งเก่าต่างหาก!

    คุณน้องครับ... การที่เขานั่งกินข้าวกับคุณ แต่ปากพร่ำเพ้อถึงรสชาติร้านที่เคยกินกับแฟนเก่า มันคือการเสียมารยาทระดับชาติ! เปรียบเสมือนนักบอลที่ลงสนามให้สโมสรใหม่ แต่ดันใส่เสื้อทีมเก่าลงมาเตะ มันใช้ไม่ได้! นี่คือการไม่ให้เกียรติคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างรุนแรง

    แล้วเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมเนี่ย... ฟังแล้วของขึ้น! คุณเป็นมนุษย์นะครับ ไม่ใช่ **"อะไหล่รถยนต์"** ที่จะมาถอดเปลี่ยนเทียบรุ่นให้เหมือนของเดิมได้ คุณมีจิตวิญญาณ มีรสนิยม และมีคุณค่าในแบบของคุณเอง การที่เขาพยายามเปลี่ยนคุณ ให้กลายเป็นเงาของใครอีกคน มันแสดงว่า "เขาไม่ได้รักคุณที่ตัวตนของคุณเลย" เขาแค่รักภาพจำในอดีต และใช้ร่างกายของคุณเป็นที่ฉายภาพโฮโลแกรมของคนรักเก่าเท่านั้นเอง

    **ถามใจตัวเองดูดีๆ ครับแม่นาง...**
    คุณยอมทุ่มเทความรักระดับพรีเมียม ให้กับคนที่ตอบแทนคุณด้วยเศษใจแบบนี้จริงๆ หรือ?
    คุณยอมเป็น "ตัวสำรอง" ที่นั่งตบยุงอยู่ข้างสนาม รอให้เขาเรียกใช้เวลาเจ็บมาจากตัวจริง (ในจินตนาการ) อย่างนั้นหรือ?

    **คำแนะนำจากผม ฟันธงฉับๆ ตรงนี้เลยครับ:**
    **"แจกใบแดง แล้วไล่ออกจากสนามชีวิตไปซะ!"**

    อย่าไปหวังลมๆ แล้งๆ ว่าความดีของคุณจะชนะใจเขาได้ เพราะในสนามรบแห่งความทรงจำ... **"คนที่ตายไปแล้ว(จากชีวิตเขา) มักจะชนะคนที่ยังมีชีวิตอยู่เสมอ"** ตราบใดที่เขายังไม่ยอม "มูฟออน" (ขออภัยที่ต้องใช้คำฝรั่ง แต่มันตรงตัวที่สุด คือการก้าวเดินต่อไปข้างหน้า) เขาก็ไม่มีวันเห็นค่าของคุณหรอกครับ

    เลิกหลอกตัวเองว่าเดี๋ยวเขาก็ลืม เลิกเป็นศาลาพักใจให้คนที่ไม่เห็นค่า เก็บกระเป๋า เก็บศักดิ์ศรี แล้วเดินออกมาสวยๆ เชิดหน้าใส่เลยครับ! โลกนี้ยังมีผู้ชายอีกเป็นล้าน ที่พร้อมจะรักคุณในแบบที่คุณเป็น พร้อมจะสร้างความทรงจำใหม่ๆ โดยไม่ต้องมีผีแฟนเก่ามาตามหลอกหลอน

    เจ็บครั้งเดียวแล้วจบ ดีกว่าเจ็บเรื้อรังทางความรู้สึกนะครับคุณน้อง เชื่อผมเถอะ...

    ขอเป็นกำลังใจให้คุณน้องก้าวออกมาสู่แสงสว่างได้ไวๆ นะครับ รักตัวเองให้มากๆ เพราะคุณคือ "นางเอก" ในชีวิตจริง ไม่ใช่นักแสดงแทนของใคร!

    ด้วยความปรารถนาดี
    จดหมายจากทางบ้าน: "เมื่อฉันเป็นได้แค่ร่างทรง ของคนรักเก่าที่เขาลืมไม่ลง" หนูมีเรื่องอัดอั้นตันใจจนอกจะระเบิด อยากจะระบายให้พี่ฟังและขอคำปรึกษาค่ะ คือเรื่องมันมีอยู่ว่า หนูคบกับแฟนคนปัจจุบันมาได้เกือบปีแล้วค่ะ ช่วงแรกๆ อะไรมันก็ดูดีไปหมดเหมือนทุ่งลาเวนเดอร์ยามเช้า เขาดูเอาใจใส่ ดูรักหนูมากจนหนูตายใจ คิดว่าคนนี้แหละคือ "ตัวจริง" ที่ฟ้าประทานมาให้ แต่พอคบกันไปสักพัก หนูก็เริ่มรู้สึกทะแม่งๆ เหมือนมีวิญญาณที่สามคอยตามหลอกหลอนเราสองคนอยู่ตลอดเวลา ซึ่งวิญญาณที่ว่านั่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกค่ะ ก็คือ "แฟนเก่า" ของเขานั่นเอง พี่แอดมินคะ มันเจ็บจนจุกเลยค่ะ เวลาที่เรานั่งกินข้าวด้วยกัน แล้วอยู่ๆ เขาก็พูดขึ้นมาว่า "เมนูนี้ร้านนี้ทำไม่อร่อยเลยนะ เมื่อก่อนที่พี่มากินกับน้อง... (ชื่อแฟนเก่า) ร้านนั้นเขาทำอร่อยกว่านี้เยอะ" คือหนูฟังแล้วหนูหน้าชาเลยค่ะ ข้าวที่เคี้ยวอยู่แทบจะพุ่งออกมา นี่หนูมาเดตกับเขานะคะ ไม่ใช่มานั่งฟังสารคดีรำลึกความหลัง! หนักกว่านั้นคือในรถของเขา พี่เชื่อไหมคะว่าเขายังเก็บตุ๊กตาหน้ารถตัวเน่าๆ ที่แฟนเก่าเคยซื้อให้ไว้อยู่เลย พอหนูถามว่าทิ้งไหมหรือเก็บลงกล่องไหม เขาก็ทำหน้าหงุดหงิดใส่ แล้วบอกว่า "โธ่... มันก็แค่ของ จะคิดมากไปทำไม ก็วางไว้อย่างนั้นแหละ" แต่สายตาที่เขามองตุ๊กตาตัวนั้น มันอ่อนโยนยิ่งกว่าตอนมองหน้าหนูอีกค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นนะคะพี่ พักหลังมานี้เขาเริ่มจะเปลี่ยนหนูให้กลายเป็นคนอื่น เขาชอบซื้อเสื้อผ้าสไตล์ที่หนูไม่เคยใส่มาให้ แล้วบอกว่า "ลองใส่แบบนี้สิ น่ารักดีนะ ดูเรียบร้อยเหมือน..." คือเขาไม่ได้เอ่ยชื่อออกมาตรงๆ หรอกค่ะ แต่หนูรู้ดีว่าสไตล์นี้มันคือสไตล์ของแฟนเก่าเขาชัดๆ หนูรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตุ๊กตาที่เขาพยายามจะปั้นแต่งให้เหมือนคนในอดีตที่เขาโหยหา ทุกครั้งที่หนูพยายามชวนคุยเรื่องอนาคต เรื่องแต่งงาน หรือเรื่องสร้างครอบครัว เขาก็จะเปลี่ยนเรื่องทันที ทำเป็นเฉไฉไปเรื่องงานบ้าง เรื่องเศรษฐกิจบ้าง เหมือนคนกลัวความจริง อาการเขาออกชัดมากจนหนูเริ่มท้อใจแล้วค่ะ ล่าสุดที่ทำเอาหนูน้ำตาตกใน คือวันครบรอบของเราที่ผ่านมา หนูอุตส่าห์จองร้านอาหารหรู เตรียมเซอร์ไพรส์ให้เขา แต่เขากลับนั่งจ้องโทรศัพท์ทั้งคืน พอหนูแอบชำเลืองมอง ก็เห็นว่าเขากำลังส่องเฟซบุ๊กแฟนเก่า ดูรูปเก่าๆ ของผู้หญิงคนนั้น แล้วทำหน้าเศร้าเหมือนคนโลกแตก คือวินาทีนั้นหนูรู้สึกเหมือนตัวเองไร้ตัวตน เป็นอากาศธาตุที่เขามองผ่านไปเฉยๆ ทั้งที่ตัวเขานั่งอยู่ข้างหนูแท้ๆ แต่ใจเขาเหมือนลอยข้ามทวีปไปหาคนอื่น หนูเจ็บจนไม่รู้จะบรรยายยังไงแล้วค่ะพี่ หนูรักเขามากนะคะ ทุ่มเทให้เขาทุกอย่าง แต่เหมือนยิ่งทำดีเท่าไหร่ หนูก็ยิ่งแพ้คนในใจเขาอยู่ดี หนูควรจะทำยังไงดีคะพี่แอดมิน หนูควรจะทนอยู่เพื่อรอวันที่เขาลืมคนเก่าได้ หรือหนูควรจะถอยออกมาดีคะ ช่วยเตือนสติหนูทีค่ะ ตอนนี้หนูมืดแปดด้านไปหมดแล้ว --- "ตื่นค่ะลูกสาว! นี่สนามรัก ไม่ใช่พิพิธภัณฑ์รำลึกอดีต" **โอ้โห... อ่านจบแล้วผมอยากจะขอยาดมสักโหลมาอัดจมูก!** ก่อนอื่นขอดึงสติคุณน้องหนูเจ้าของจดหมาย และท่านผู้ชมทางบ้านทุกท่านก่อนเลยนะครับ หายใจเข้าลึกๆ แล้วฟังผมให้ดี... เรื่องที่คุณน้องเล่ามาเนี่ย มันไม่ใช่ "นิยายรักโรแมนติก" แต่มันคือ **"หนังสยองขวัญ"** ชัดๆ! จากอาการที่เล่ามา ทั้งเรื่องปากสว่างพูดถึงแต่คนเก่า เก็บของดูต่างหน้าเยี่ยงวัตถุโบราณล้ำค่า และพยายามจะจับคุณยัดลงในแม่พิมพ์ของแฟนเก่าเนี่ย... บอกได้คำเดียวสั้นๆ เลยครับว่า เขาไม่ได้มองคุณเป็น "แฟนใหม่" หรอกครับ แต่เขามองคุณเป็น **"ยาลดไข้"** กินแก้ปวดหัว แก้เหงา ระหว่างที่ใจเขายังอักเสบจากรักครั้งเก่าต่างหาก! คุณน้องครับ... การที่เขานั่งกินข้าวกับคุณ แต่ปากพร่ำเพ้อถึงรสชาติร้านที่เคยกินกับแฟนเก่า มันคือการเสียมารยาทระดับชาติ! เปรียบเสมือนนักบอลที่ลงสนามให้สโมสรใหม่ แต่ดันใส่เสื้อทีมเก่าลงมาเตะ มันใช้ไม่ได้! นี่คือการไม่ให้เกียรติคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างรุนแรง แล้วเรื่องเสื้อผ้าหน้าผมเนี่ย... ฟังแล้วของขึ้น! คุณเป็นมนุษย์นะครับ ไม่ใช่ **"อะไหล่รถยนต์"** ที่จะมาถอดเปลี่ยนเทียบรุ่นให้เหมือนของเดิมได้ คุณมีจิตวิญญาณ มีรสนิยม และมีคุณค่าในแบบของคุณเอง การที่เขาพยายามเปลี่ยนคุณ ให้กลายเป็นเงาของใครอีกคน มันแสดงว่า "เขาไม่ได้รักคุณที่ตัวตนของคุณเลย" เขาแค่รักภาพจำในอดีต และใช้ร่างกายของคุณเป็นที่ฉายภาพโฮโลแกรมของคนรักเก่าเท่านั้นเอง **ถามใจตัวเองดูดีๆ ครับแม่นาง...** คุณยอมทุ่มเทความรักระดับพรีเมียม ให้กับคนที่ตอบแทนคุณด้วยเศษใจแบบนี้จริงๆ หรือ? คุณยอมเป็น "ตัวสำรอง" ที่นั่งตบยุงอยู่ข้างสนาม รอให้เขาเรียกใช้เวลาเจ็บมาจากตัวจริง (ในจินตนาการ) อย่างนั้นหรือ? **คำแนะนำจากผม ฟันธงฉับๆ ตรงนี้เลยครับ:** **"แจกใบแดง แล้วไล่ออกจากสนามชีวิตไปซะ!"** อย่าไปหวังลมๆ แล้งๆ ว่าความดีของคุณจะชนะใจเขาได้ เพราะในสนามรบแห่งความทรงจำ... **"คนที่ตายไปแล้ว(จากชีวิตเขา) มักจะชนะคนที่ยังมีชีวิตอยู่เสมอ"** ตราบใดที่เขายังไม่ยอม "มูฟออน" (ขออภัยที่ต้องใช้คำฝรั่ง แต่มันตรงตัวที่สุด คือการก้าวเดินต่อไปข้างหน้า) เขาก็ไม่มีวันเห็นค่าของคุณหรอกครับ เลิกหลอกตัวเองว่าเดี๋ยวเขาก็ลืม เลิกเป็นศาลาพักใจให้คนที่ไม่เห็นค่า เก็บกระเป๋า เก็บศักดิ์ศรี แล้วเดินออกมาสวยๆ เชิดหน้าใส่เลยครับ! โลกนี้ยังมีผู้ชายอีกเป็นล้าน ที่พร้อมจะรักคุณในแบบที่คุณเป็น พร้อมจะสร้างความทรงจำใหม่ๆ โดยไม่ต้องมีผีแฟนเก่ามาตามหลอกหลอน เจ็บครั้งเดียวแล้วจบ ดีกว่าเจ็บเรื้อรังทางความรู้สึกนะครับคุณน้อง เชื่อผมเถอะ... ขอเป็นกำลังใจให้คุณน้องก้าวออกมาสู่แสงสว่างได้ไวๆ นะครับ รักตัวเองให้มากๆ เพราะคุณคือ "นางเอก" ในชีวิตจริง ไม่ใช่นักแสดงแทนของใคร! ด้วยความปรารถนาดี
    0 Commenti 0 condivisioni 158 Views
  • "พี่แอดมินคะ หนูมีเรื่องจะเล่า คือหนูอึดอัดจนอกจะแตกตายอยู่แล้วค่ะ แฟนหนูนะพี่ แรกๆ คบกันเขาก็ดูเป็นผู้ใหญ่ดีหรอก ใส่ใจดูแลดีมาก แต่พอนานวันเข้า หนูเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเข้าคุกมากกว่ามีแฟนค่ะพี่ คือเขาเป็นคนที่เป๊ะเรื่องเงินเวอร์วังอลังการมาก ไม่ใช่แค่ประหยัดนะคะพี่ แต่มันคือการจับผิด! อย่างวันก่อนหนูแวะเซเว่นซื้อน้ำปลาเข้าห้องกับขนมนิดหน่อย เขาก็ขอดูใบเสร็จ แล้วถามซักไซ้ไล่เลียงว่าทำไมซื้อยี่ห้อนี้ ทำไมไม่รอป้ายเหลือง เงินทอนหายไปไหนบาทนึง คือหนูทำงานหาเงินเองนะพี่ ไม่ได้ขอเขาใช้สักบาท แต่ต้องมารายงานตัวเลขทุกสตางค์เหมือนหนูเป็นพนักงานบัญชีที่กำลังจะโดนสอบสวนน่ะค่ะ

    แล้วเรื่องความระแวงนี่ที่หนึ่งเลยค่ะพี่ วันไหนหนูไปทำงานหรือไปหาเพื่อน เขาจะโทรเช็กอินทุกครึ่งชั่วโมง วิดีโอคอลมาขอดูสภาพแวดล้อมว่าอยู่กับใคร ถ้าหนูรับช้าหรือตอบไลน์ช้าไปนิดเดียว บ้านแตกทันทีค่ะ หาว่าหนูแอบมีกิ๊กบ้างล่ะ ไม่รักเขาบ้างล่ะ พอหนูเริ่มโมโหจะอธิบาย เขาก็เล่นบทใบ้กินใส่หนูเฉยเลยพี่ เงียบกริบ ไม่หือไม่อือ ทำเหมือนหนูเป็นธาตุอากาศ ยิ่งหนูร้อนรน เขายิ่งทำเมิน มันเจ็บปวดมากนะพี่ที่ต้องอยู่กับความเงียบแบบนี้ แล้วพอดราม่าหนักเข้า แทนที่จะคุยกันให้จบ เขาดันโทรไปฟ้องแม่เขาเฉยเลยพี่! ให้แม่เขาโทรมาสั่งสอนหนูว่าต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือน ต้องเชื่อฟังผัว คือหนูงงมาก โตจนป่านนี้แล้วทะเลาะกันยังต้องลากผู้ใหญ่มาเอี่ยวอีกเหรอ?

    ตอนนี้หนูรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหุ่นยนต์เลยค่ะพี่ จะทำอะไร จะซื้ออะไร จะไปไหน ต้องรอคำสั่งอนุมัติจากเขาก่อนตลอด ความเป็นตัวของตัวเองหนูหายไปหมดแล้ว หนูเหนื่อยมากค่ะพี่ หนูรักเขานะ แต่หนูไม่รู้ว่าจะทนสภาพประสาทแดกแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน พี่ว่าหนูควรจะทำยังไงต่อไปดีคะ?"

    คำตอบ

    เรียน น้องสาวผู้กำลังตกอยู่ใน "กรงขังแห่งรัก" ที่เคารพ,

    อ่านจบแล้ว พี่ขอบอกเลยว่า... "หนีไปปปปปป!" (ลากเสียงยาวไปถึงดาวอังคาร)

    น้องหนูครับ ฟังพี่นะ อาการที่น้องเล่ามาทั้งหมดเนี่ย มันไม่ใช่ "ความรัก" แล้วครับ แต่มันคือ "การจองจำ" ชัดๆ! แฟนของน้องเนี่ย เขาไม่ได้กำลังสวมบทบาท "คู่ชีวิต" ที่แสนดี แต่เขากำลังสวมวิญญาณ "ผู้คุมเรือนจำความมั่นคงสูง" ผสมกับ "สรรพากรขาโหด" อยู่ต่างหาก!

    ลองตั้งสติดูดีๆ นะครับ:

    เรื่องเงิน: คนรักกันเขาช่วยกันดูแลงบประมาณครับ ไม่ใช่มานั่งจับผิดค่าน้ำปลาบาทสองบาท นี่มันแสดงถึงความ "ตระหนี่" และ "ไม่ให้เกียรติ" กันอย่างรุนแรง

    เรื่องเช็กอิน: การโทรจิกทุกครึ่งชั่วโมง มันไม่ใช่ความห่วงใยครับ มันคือความ "โรคจิต" และความ "ไม่ไว้วางใจ" ขั้นวิกฤต

    เรื่องฟ้องแม่: อันนี้พีคสุด! ผู้ชายที่ทะเลาะกับแฟนแล้ววิ่งไปฟ้องแม่ คือ "ลูกแหง่" ที่ยังไม่หย่านมครับ เขาไม่มีวุฒิภาวะพอที่จะเป็นผู้นำครอบครัวใครได้หรอก

    คำแนะนำจากใจพี่:

    น้องถามว่าควรทำยังไง? พี่ตอบแบบฟันธงเลยว่า "เลิกเถอะครับ" ถ้าไม่อยากประสาทกินตายไปซะก่อน
    ความสัมพันธ์แบบนี้เรียกว่า Toxic Relationship ขนานแท้และดั้งเดิม อยู่ไปก็มีแต่จะกัดกินความมั่นใจและความสุขของน้องจนไม่เหลือซาก น้องมีค่ามากกว่าที่จะมานั่งเป็นจำเลยให้ใครไต่สวนทุกวันครับ

    แต่ถ้าใจยังไม่แข็งพอจะเลิกทันที พี่แนะนำให้ลองทำ "การปฏิวัติเงียบ" ดูสักตั้ง:

    เลิกรายงานตัว! บอกไปเลยว่า "ทำงานอยู่ ไม่ว่าง"

    เลิกให้ดูใบเสร็จ! บอกว่า "เงินฉัน ฉันบริหารเอง"

    ถ้าเขาเงียบใส่ เราก็ไปช้อปปิ้งสวยๆ อย่าไปง้อ!

    ทำให้เขารู้ว่า "ฉันคือนางพญา ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ย" ถ้าเขารับไม่ได้ เดี๋ยวเขาก็จะดิ้นพล่านแล้วเผยธาตุแท้ออกมาเอง ถึงตอนนั้นน้องจะเดินออกมาได้แบบสวยๆ เชิดๆ โดยไม่ต้องรู้สึกผิดเลยครับ

    จำไว้ครับน้องสาว... "มีแฟนแล้วมันทุกข์ สู้อยู่โสดแล้วสุข จิบชานมไข่มุกดูซีรีส์ดีกว่าเยอะ!"
    เป็นกำลังใจให้หลุดพ้นจากคุกโมเดลนี้ไวๆ นะครับ!
    "พี่แอดมินคะ หนูมีเรื่องจะเล่า คือหนูอึดอัดจนอกจะแตกตายอยู่แล้วค่ะ แฟนหนูนะพี่ แรกๆ คบกันเขาก็ดูเป็นผู้ใหญ่ดีหรอก ใส่ใจดูแลดีมาก แต่พอนานวันเข้า หนูเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเข้าคุกมากกว่ามีแฟนค่ะพี่ คือเขาเป็นคนที่เป๊ะเรื่องเงินเวอร์วังอลังการมาก ไม่ใช่แค่ประหยัดนะคะพี่ แต่มันคือการจับผิด! อย่างวันก่อนหนูแวะเซเว่นซื้อน้ำปลาเข้าห้องกับขนมนิดหน่อย เขาก็ขอดูใบเสร็จ แล้วถามซักไซ้ไล่เลียงว่าทำไมซื้อยี่ห้อนี้ ทำไมไม่รอป้ายเหลือง เงินทอนหายไปไหนบาทนึง คือหนูทำงานหาเงินเองนะพี่ ไม่ได้ขอเขาใช้สักบาท แต่ต้องมารายงานตัวเลขทุกสตางค์เหมือนหนูเป็นพนักงานบัญชีที่กำลังจะโดนสอบสวนน่ะค่ะ แล้วเรื่องความระแวงนี่ที่หนึ่งเลยค่ะพี่ วันไหนหนูไปทำงานหรือไปหาเพื่อน เขาจะโทรเช็กอินทุกครึ่งชั่วโมง วิดีโอคอลมาขอดูสภาพแวดล้อมว่าอยู่กับใคร ถ้าหนูรับช้าหรือตอบไลน์ช้าไปนิดเดียว บ้านแตกทันทีค่ะ หาว่าหนูแอบมีกิ๊กบ้างล่ะ ไม่รักเขาบ้างล่ะ พอหนูเริ่มโมโหจะอธิบาย เขาก็เล่นบทใบ้กินใส่หนูเฉยเลยพี่ เงียบกริบ ไม่หือไม่อือ ทำเหมือนหนูเป็นธาตุอากาศ ยิ่งหนูร้อนรน เขายิ่งทำเมิน มันเจ็บปวดมากนะพี่ที่ต้องอยู่กับความเงียบแบบนี้ แล้วพอดราม่าหนักเข้า แทนที่จะคุยกันให้จบ เขาดันโทรไปฟ้องแม่เขาเฉยเลยพี่! ให้แม่เขาโทรมาสั่งสอนหนูว่าต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือน ต้องเชื่อฟังผัว คือหนูงงมาก โตจนป่านนี้แล้วทะเลาะกันยังต้องลากผู้ใหญ่มาเอี่ยวอีกเหรอ? ตอนนี้หนูรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหุ่นยนต์เลยค่ะพี่ จะทำอะไร จะซื้ออะไร จะไปไหน ต้องรอคำสั่งอนุมัติจากเขาก่อนตลอด ความเป็นตัวของตัวเองหนูหายไปหมดแล้ว หนูเหนื่อยมากค่ะพี่ หนูรักเขานะ แต่หนูไม่รู้ว่าจะทนสภาพประสาทแดกแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน พี่ว่าหนูควรจะทำยังไงต่อไปดีคะ?" คำตอบ เรียน น้องสาวผู้กำลังตกอยู่ใน "กรงขังแห่งรัก" ที่เคารพ, อ่านจบแล้ว พี่ขอบอกเลยว่า... "หนีไปปปปปป!" (ลากเสียงยาวไปถึงดาวอังคาร) น้องหนูครับ ฟังพี่นะ อาการที่น้องเล่ามาทั้งหมดเนี่ย มันไม่ใช่ "ความรัก" แล้วครับ แต่มันคือ "การจองจำ" ชัดๆ! แฟนของน้องเนี่ย เขาไม่ได้กำลังสวมบทบาท "คู่ชีวิต" ที่แสนดี แต่เขากำลังสวมวิญญาณ "ผู้คุมเรือนจำความมั่นคงสูง" ผสมกับ "สรรพากรขาโหด" อยู่ต่างหาก! ลองตั้งสติดูดีๆ นะครับ: เรื่องเงิน: คนรักกันเขาช่วยกันดูแลงบประมาณครับ ไม่ใช่มานั่งจับผิดค่าน้ำปลาบาทสองบาท นี่มันแสดงถึงความ "ตระหนี่" และ "ไม่ให้เกียรติ" กันอย่างรุนแรง เรื่องเช็กอิน: การโทรจิกทุกครึ่งชั่วโมง มันไม่ใช่ความห่วงใยครับ มันคือความ "โรคจิต" และความ "ไม่ไว้วางใจ" ขั้นวิกฤต เรื่องฟ้องแม่: อันนี้พีคสุด! ผู้ชายที่ทะเลาะกับแฟนแล้ววิ่งไปฟ้องแม่ คือ "ลูกแหง่" ที่ยังไม่หย่านมครับ เขาไม่มีวุฒิภาวะพอที่จะเป็นผู้นำครอบครัวใครได้หรอก คำแนะนำจากใจพี่: น้องถามว่าควรทำยังไง? พี่ตอบแบบฟันธงเลยว่า "เลิกเถอะครับ" ถ้าไม่อยากประสาทกินตายไปซะก่อน ความสัมพันธ์แบบนี้เรียกว่า Toxic Relationship ขนานแท้และดั้งเดิม อยู่ไปก็มีแต่จะกัดกินความมั่นใจและความสุขของน้องจนไม่เหลือซาก น้องมีค่ามากกว่าที่จะมานั่งเป็นจำเลยให้ใครไต่สวนทุกวันครับ แต่ถ้าใจยังไม่แข็งพอจะเลิกทันที พี่แนะนำให้ลองทำ "การปฏิวัติเงียบ" ดูสักตั้ง: เลิกรายงานตัว! บอกไปเลยว่า "ทำงานอยู่ ไม่ว่าง" เลิกให้ดูใบเสร็จ! บอกว่า "เงินฉัน ฉันบริหารเอง" ถ้าเขาเงียบใส่ เราก็ไปช้อปปิ้งสวยๆ อย่าไปง้อ! ทำให้เขารู้ว่า "ฉันคือนางพญา ไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ย" ถ้าเขารับไม่ได้ เดี๋ยวเขาก็จะดิ้นพล่านแล้วเผยธาตุแท้ออกมาเอง ถึงตอนนั้นน้องจะเดินออกมาได้แบบสวยๆ เชิดๆ โดยไม่ต้องรู้สึกผิดเลยครับ จำไว้ครับน้องสาว... "มีแฟนแล้วมันทุกข์ สู้อยู่โสดแล้วสุข จิบชานมไข่มุกดูซีรีส์ดีกว่าเยอะ!" เป็นกำลังใจให้หลุดพ้นจากคุกโมเดลนี้ไวๆ นะครับ!
    0 Commenti 0 condivisioni 155 Views
  • ขอเชิญเล่าสู่กันฟังได้ไม่มีเม้ม
    ขอเชิญเล่าสู่กันฟังได้ไม่มีเม้ม
    0 Commenti 0 condivisioni 211 Views
Altre storie