-
Fil d’actualités
- EXPLORER
-
Pages
-
Groupes
-
Evènements
-
Reels
-
Blogs
-
Offres
-
Emplois
๖ สัญญาณคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่ฟ้องว่าคุณกำลังบ้าบอคอแตกแบกความสัมพันธ์นี้อยู่คนเดียว
กราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้อง มิตรรักแฟนเพลง และสมาคมคนแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียวทุกท่าน! กลับมาพบกับกระผม คนหน้าเดิม ที่พร้อมจะมาเปิดแผลสด ราดทิงเจอร์ และแปะพลาสเตอร์ยาใจให้กับทุกท่านที่กำลังประสบปัญหาชีวิตรักอันแสนบัดซบ
วันนี้กระผมไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาพร้อมกับประเด็นที่เสียดแทงใจดำคนมีความรักแบบ "รักเขาข้างเดียว ข้าวเหนียวนึ่ง" หรือที่ภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่า "ความสัมพันธ์แบบวันเวย์" (ทางเดียว) นั่นแหละครับท่านผู้ชม!
โบราณว่าไว้ "ตบมือข้างเดียวไม่ดัง" แต่เชื่อมั้ยครับว่า ในยุคนี้มีคนจำนวนมากพยายามตบมือข้างเดียวจนมือบวมเป่ง หรือพยายามพายเรือทวนน้ำอยู่คนเดียว ในขณะที่อีกฝ่ายนั่งกระดิกเท้าจิบไวน์สบายใจเฉิบอยู่บนเรือ พับผ่าสิ! นี่มันชีวิตคู่หรือการแบกหามกรรมกรกันแน่? ความรักที่ดีมันต้องเหมือนการเล่นปิงปองครับ มีรับมีส่ง มีโต้ตอบ ไม่ใช่เราเสิร์ฟลูกไปร้อยลูก อีกฝั่งยืนนิ่งเป็นเสาโทรเลข ไม่หือไม่อือ
วันนี้กระผมจึงขอนำเสนอ "๖ สัญญาณคอนกรีตเสริมเหล็ก ที่ฟ้องว่าคุณกำลังบ้าบอคอแตกแบกความสัมพันธ์นี้อยู่คนเดียว!" มาเช็กกันดูสิว่า ท่านกำลังตกเป็นเหยื่อของการถูกเอาเปรียบทางความรู้สึกอยู่หรือไม่?
๑. ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมพิเศษ (คุณเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเสมอ)
เริ่มกันที่สัญญาณแรก ที่ชัดเจนยิ่งกว่าแดดเมืองไทยตอนเที่ยงวัน ลองถามใจตัวเองดูสิครับว่า ใครเป็นคนทักหาใครก่อน? ใครเป็นคนชวนไปเดต? ใครเป็นคนวางแผนเที่ยว? หรือแม้แต่เรื่องง่ายๆ อย่าง "เย็นนี้กินอะไรดี?" ใครเป็นคนคิด?
ถ้าคำตอบคือ "ฉันเอง" ทุกข้อ... ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ ท่านไม่ได้มีแฟน แต่ท่านกำลังมี "ภาระ" หรือไม่ท่านก็กำลังสวมบทบาทเป็น "ออแกไนเซอร์" ส่วนตัวให้เขาอยู่!
ความสัมพันธ์ที่สมดุล มันต้องช่วยกันพายครับ ไม่ใช่ท่านจ้วงฝีพายจนกล้ามขึ้น แต่อีกฝ่ายนั่งกินแรง ถ้าท่านหยุดทัก เขาจะหายไปเลยไหม? ถ้าท่านไม่ชวน เขาจะเงียบเป็นเป่าสากไหม? ถ้าใช่... นั่นแปลว่าเขาไม่ได้กระตือรือร้นที่จะมีท่านอยู่ในชีวิตเลยสักนิด ท่านกำลังวิ่งไล่ตามรถเมล์ที่ไม่คิดจะจอดรับท่านอยู่ครับคุณพี่! เลิกหลอกตัวเองเถอะครับว่าเขา "ยุ่ง" หรือ "ขี้อาย" คนเราถ้ามันมีใจ ต่อให้ยุ่งแค่ไหน มันก็ต้องหาเวลามาทักทายกันบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้ท่านคุยกับกำแพงอยู่ฝ่ายเดียว
๒. ศาลเตี้ยตัดสินความรู้สึก
ข้อนี้เจ็บปวดรวดร้าวถึงทรวงในครับท่านผู้ชม เวลาที่ท่านรู้สึกน้อยใจ เสียใจ หรือกังวลใจ แล้วรวบรวมความกล้าไปเปิดอกคุยกับเขา ปฏิกิริยาที่ได้กลับมาคืออะไร?
ถ้าเขาทำหน้าเหมือนท่านกำลังเล่านิทานก่อนนอน หรือสวนกลับมาว่า "คิดมากน่า" "งี่เง่าอีกแล้วนะ" "เรื่องแค่นี้เองจะดราม่าทำไม?"... โอ้โห! นี่มันไม่ใช่คนรักแล้วครับ นี่มันคือนักทำลายความมั่นใจ!
ในความสัมพันธ์แบบวันเวย์ ความรู้สึกของท่านจะถูกมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ การที่เขาเพิกเฉยต่อความเจ็บปวดของท่าน หรือมองว่าท่านเป็นตัวปัญหาเวลาที่ท่านเรียกร้องความสนใจ นั่นแปลว่าเขาไม่ได้แคร์หัวจิตหัวใจท่านเลยแม้แต่น้อย คนรักกันเขาต้องรับฟังครับ ไม่ใช่รับบทเป็นผู้พิพากษาที่คอยตัดสินว่าความรู้สึกท่าน "ผิด" เสมอ
๓. เชียร์ลีดเดอร์ไร้คนดู (ไร้เงาคนซัพพอร์ต)
ชีวิตคนเรามันไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบตลอดเวลาหรอกครับ วันดีคืนดีเราอาจจะสะดุดขาตัวเองล้มหน้าฟาดพื้น ซึ่งในเวลาแบบนี้แหละครับ ที่เราต้องการใครสักคนมาช่วยพยุง หรืออย่างน้อยก็ยืนเชียร์อยู่ข้างสนาม
แต่ถ้าในวันที่ท่านเจอมรสุมชีวิต ไม่ว่าจะเรื่องงาน เรื่องเงิน หรือเรื่องครอบครัว แล้วหันไปหาแฟน ปรากฏว่า... ว่างเปล่า! หรือหนักกว่านั้น เขาอาจจะทำเหมือนเรื่องของท่านเป็นเรื่องไกลตัว ไม่เกี่ยวกับเขา หรือซ้ำเติมท่านเข้าไปอีก
"ก็บอกแล้วไงว่าอย่าทำแบบนั้น" "ช่วยไม่ได้นะ เธอทำตัวเอง" ... คำพูดพวกนี้มันคือน้ำกรดราดแผลชัดๆ! ถ้าท่านต้องร้องไห้คนเดียว เช็ดน้ำตาคนเดียว แก้ปัญหาคนเดียว โดยที่เขายืนมองดูดายเหมือนดูละครลิง... ถามจริงๆ เถอะครับ จะมีแฟนไปเพื่อ? มีแมวสักตัวยังอุ่นใจกว่าไหม?
๔. พิธีกรรายการทอล์คโชว์ (เขาไม่เคยสนใจเรื่องของคุณเลย)
ลองสังเกตบทสนทนาระหว่างท่านกับเขาดูสิครับ ว่ามันเป็นอย่างไร?
แบบที่ ๑: ท่านถาม เขาตอบ (ถามคำตอบคำ)
แบบที่ ๒: เขาเล่าเรื่องตัวเองรัวๆ ท่านนั่งฟังตาปริบๆ
แบบที่ ๓: ท่านพยายามเล่าเรื่องตัวเอง เขาหยิบมือถือมาไถ
ถ้าเจอแบบนี้เข้าข่าย "หลงตัวเอง" หรือไม่ก็ "ไม่เห็นหัวท่าน" ครับ! คนรักกันมันต้องมีความอยากรู้อยากเห็นในชีวิตของอีกฝ่ายบ้าง ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ "วันนี้เหนื่อยไหม?" "กินข้าวอร่อยหรือเปล่า?" "เจ้านายด่าไหม?"
แต่ถ้านอกจากเรื่องบนเตียง หรือเรื่องที่เขาอยากได้จากท่านแล้ว เขาไม่เคยถามอะไรเกี่ยวกับตัวท่านเลย ไม่รู้ว่าท่านชอบสีอะไร ไม่รู้ว่าท่านแพ้อาหารอะไร ไม่รู้แม้กระทั่งว่าท่านกำลังมีความสุขหรือทุกข์... นี่มันคือความสัมพันธ์จอมปลอมครับ ท่านเป็นแค่ "ตัวประกอบ" ในหนังชีวิตของเขา ที่มีหน้าที่แค่คอยปรบมือเชียร์เขาเท่านั้นเอง
๕. ตัวสำรองตลอดกาล (ท่านไม่ใช่ความสำคัญลำดับแรก)
ข้อนี้วัดกันที่การจัดลำดับความสำคัญครับ ในชีวิตคนเรามีหลายอย่าง ทั้งงาน เพื่อน ครอบครัว งานอดิเรก ซึ่งแน่นอนว่าเราไม่ต้องตัวติดกันตลอดเวลา
แต่... ถ้าท่านพบว่าตัวเองถูกจัดไปอยู่ในลำดับท้ายสุดเสมอ เป็นเหมือน "ของตาย" หรือ "ยางอะไหล่" ที่เขาจะนึกถึงก็ต่อเมื่อว่างจากอย่างอื่นแล้ว อันนี้อันตรายครับ!
เพื่อนชวนไปกินเหล้า? ไปทันที!
เจ้านายเรียก? วิ่งแจ้น!
จะดูบอล? ห้ามกวน!
แต่พอท่านชวนไปกินข้าว... "ดูก่อนนะ" "ไม่ว่าง" "ไว้วันหลัง"
ให้ตายเถอะโรบิ้น! ถ้าท่านสำคัญน้อยกว่าเกมในมือถือ หรือสำคัญน้อยกว่าเพื่อนที่เจอหน้ากันทุกวัน ท่านควรพิจารณาตัวเองได้แล้วครับว่า ท่านกำลังคบกับเขา หรือกำลังขอส่วนบุญเขาอยู่? คนรักกันต้องให้เวลาแก่กันเป็นอันดับต้นๆ ครับ ไม่ใช่เศษเวลาที่เหลือทิ้งแล้วค่อยเจียดมาให้
๖. แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ (ท่านรู้สึกเหนื่อยมากกว่าสุข)
สัญญาณสุดท้ายที่แม่นยำที่สุด คือ "ความรู้สึกของท่านเอง" ร่างกายและจิตใจมันไม่เคยโกหกครับ
ลองถามตัวเองดูสิครับว่า คบกับคนนี้แล้วท่าน "ชาร์จพลัง" หรือโดน "สูบพลัง"?
ถ้าทุกครั้งที่เจอกัน คุยกัน ท่านรู้สึกเหนื่อยเพลียละเหี่ยใจ เหมือนเพิ่งไปแบกข้าวสารมาห้ากระสอบ รู้สึกกังวลตลอดเวลาว่าเขาจะโกรธไหม เขาจะรักเราไหม ต้องคอยพะเน้าพะนอเอาใจ จนสูญเสียความเป็นตัวเอง... นั่นคือสัญญาณเตือนภัยระดับสีแดง!
ความรักที่ดีต้องทำให้ท่านหน้าตาสดใส มีพลังในการใช้ชีวิต ไม่ใช่ทำให้ท่านโทรมเป็นศพเดินได้ ขอบตาดำคล้ำเพราะร้องไห้ทุกคืน ถ้าท่านรู้สึกว่าการประคองความสัมพันธ์นี้มันหนักหนาสาหัสเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา... ปล่อยมือเถอะครับ ปล่อยให้ครกมันกลิ้งลงไป แล้วท่านเดินตัวปลิวขึ้นยอดเขาไปหาอากาศบริสุทธิ์สูดดีกว่า
ถ้าท่านเช็กแล้วพบว่าตัวเองโดนไปเกือบครบทุกข้อ กระผมขอกราบเรียนด้วยความปรารถนาดีว่า... "ตาสว่างได้แล้วครับพี่น้อง!"
อย่ามัวแต่เสียเวลา "รดน้ำตอไม้" ด้วยน้ำตาของตัวเองเลยครับ ต่อให้ท่านทุ่มเทแค่ไหน ตอไม้มันก็ไม่มีวันออกดอกออกผลเป็นความรักที่งดงามได้หรอกครับ มีแต่จะเน่าเปื่อยไปตามกาลเวลา
การเดินออกมาจากความสัมพันธ์ที่แย่ๆ มันอาจจะเจ็บปวดในตอนแรก เหมือนถอนฟันผุที่เรื้อรังมานาน แต่มันเจ็บทีเดียวจบครับ! ดีกว่าปล่อยให้มันปวดตุบๆ ไปตลอดชีวิต ท่านมีค่าเกินกว่าจะเป็นแค่ "ตัวเลือก" หรือ "คนคั่นเวลา" ของใคร จงกลับมารักตัวเอง ให้เกียรติตัวเอง แล้ววันหนึ่งท่านจะเจอคนที่พร้อมจะ "ตบมือ" ไปพร้อมกับท่าน ให้จังหวะมันดังสนั่นลั่นทุ่งไปเลย!
ด้วยรักและห่วงใย